แนวทางการรับมือสถานการณ์ไวรัสโคโรนาของ Google
หมายเหตุ: เนื้อหาต่อไปนี้มาจากจดหมายที่ซุนดาร์ส่งถึงพนักงาน Google
การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ COVID-19 ในทั่วโลกกำลังส่งผลกระทบต่อชุมชนของเราในหลายๆ ด้าน ซึ่งขณะนี้ผู้คนในทวีปยุโรปและอเมริกาก็กำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากโรคระบาดเดียวกันกับที่ผู้คนในทวีปเอเชียประสบมาอย่างยืดเยื้อยาวนานเป็นเวลาหลายสัปดาห์
ในการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว เราได้จัดตั้งทีมงานเพื่อคอยเฝ้าระวังสถานการณ์การแพร่ระบาดตลอด 24 ชั่วโมง โดยทำงานร่วมกับองค์การอนามัยโลก (WHO) นอกจากนี้ยังมีการประชุมทีมผู้บริหารของ Google เป็นประจำทุกวันเพื่อทำการตัดสินใจที่สำคัญเกี่ยวกับสำนักงานของเราทั่วโลก
ในการดำเนินการดังกล่าว เราต้องชั่งน้ำหนักปัจจัยหลายประการตามหลักวิทยาศาสตร์ รวมทั้งคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุขในท้องถิ่น การประเมินการแพร่ระบาดในชุมชน และความสามารถของเราในการดำเนินงานที่สำคัญได้อย่างต่อเนื่องและส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นประโยชน์ต่อผู้คนทั่วโลก นอกจากนี้เรายังพยายามสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน ตลอดจนผลิตภัณฑ์ของเรา โดยการทดสอบความสามารถของเราในการทำงานทางไกล และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการคิดหาวิธีช่วยเหลือชุมชนท้องถิ่นของเราในขณะที่เราดำเนินการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เพื่อรับมือกับ COVID-19
ในสถานการณ์เช่นนี้ สำนักงานของเราบางแห่งได้มีนโยบายให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สำนักงานบางแห่งยังคงดำเนินงานตามปกติ ในขณะที่เราทำการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เราได้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าพนักงานรายชั่วโมงที่เป็นกำลังเสริมของเราที่ได้รับผลกระทบจากตารางการทำงานที่ลดลงจะได้รับการชดเชยสำหรับเวลาการทำงานที่พวกเขาเสียไป
ในสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นเช่นนี้ การรับมืออย่างมีสติและมีความรับผิดชอบถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมีผู้คนมากมายที่ยังต้องพึ่งพาเราอยู่
ในแต่ละวันผู้คนใช้ผลิตภัณฑ์ของ Google เพื่อช่วยเหลือพวกเขาในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญ การเพิ่มผลิตภาพในการทำงาน การเรียนรู้ทางไกล การเชื่อมต่อกับคนสำคัญที่อยู่ในภูมิภาคต่างๆ หรือการผ่อนคลายด้วยวิดีโอดีๆ หรือเพลงเพราะๆ หลังจบวันอันยาวนาน
ด้านล่างนี้เป็นเพียงบางส่วนของสิ่งที่เรากำลังทำเพื่อให้ความช่วยเหลือทุกคนในช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ ในขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เราก็ยังคงเดินหน้าค้นหาวิธีใหม่ๆ เพื่อให้เกิดสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ พันธมิตร ลูกค้า และชุมชนทั้งหมดของเรา
ในระหว่างนี้ ผมขอให้ทุกคนช่วยกันดูแลตัวเองและคนรอบข้างด้วยนะครับ
การช่วยให้ผู้คนค้นพบข้อมูลที่มีประโยชน์
ผู้คนยังคง อาศัย Google ในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีน คำแนะนำเรื่องการเดินทาง และข้อแนะนำในการป้องกันตัวเอง (ตัวอย่างเช่น คำค้นหาสำหรับ “วิธีทำความสะอาดเพื่อป้องกันไวรัสโคโรนา” เพิ่มขึ้นกว่า 1,700 เปอร์เซ็นต์ในประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา) ฟีเจอร์ SOS Alert ใน Google Search ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงข่าวสารล่าสุด รวมถึงข้อแนะนำและลิงค์สู่แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้จากองค์การอนามัยโลก (WHO)
สำหรับผู้คนที่กำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับอาการ การป้องกัน หรือการรักษา เรากำลังพัฒนาแท็บความรู้ (Knowledge Panel) เกี่ยวกับภาวะสุขภาพให้มีแท็บ COVID-19 โดยเฉพาะ
เราจะใช้หน้าหลักของ YouTube ในการชี้ทางผู้ใช้ไปสู่เว็บไซต์ขององค์การอนามัยโลก หรือองค์กรที่มีอำนาจในท้องถิ่นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้เรายังจะมอบพื้นที่โฆษณาให้กับรัฐบาลและองค์กรพัฒนาเอกชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เพื่อนำไปใช้ในการให้ความรู้และนำเสนอข้อมูลกับประชาชน ด้าน Google Maps ยังคงนำข้อมูลในพื้นที่ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้มาให้ผู้ใช้ต่อไป
การปกป้องผู้คนจากข้อมูลเท็จ
ทีมงานด้านความเชื่อมั่นและความปลอดภัยของเราในสำนักงานต่างๆ ทั่วโลกต่างทำงานกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อป้องกันผู้ใช้ของเราจากการถูกหลอกขโมยข้อมูล ทฤษฎีสมรู้ร่วมคิด มัลแวร์ และข้อมูลเท็จต่างๆ และเรายังคงเตรียมตัวรับมือกับภัยต่างๆ ที่อาจมาในรูปแบบใหม่ๆ อยู่เสมอ เรากำลังกำจัดเนื้อหาที่อวดอ้างว่าสามารถรักษาไวรัสโคโรนาได้โดยไม่ต้องไปพบแพทย์ที่เผยแพร่บน YouTube ไม่เพียงเท่านี้ เรายังบล็อกโฆษณาทุกชิ้นบน Google Ads ที่พยายามหาผลประโยชน์จากสถานการณ์ไวรัสโคโรนา โดยเราได้ทำการบล็อกโฆษณาไปแล้วหลายหมื่นชิ้นในช่วงหกสัปดาห์ที่ผ่านมา เรากำลังช่วยองค์การอนามัยโลก (WHO) และหน่วยงานรัฐบาลในการโฆษณารณรงค์สาธารณะ ด้าน Google Play ได้มีการห้ามไม่ให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์หาผลประโยชน์จากเหตุการณ์ที่ละเอียดอ่อน และเป็นนโยบายของเราแต่ไหนแต่ไรที่ห้ามไม่ให้แอปพลิเคชันต่างๆ ให้ข้อมูลทางการแพทย์ หรือมีเนื้อหาด้านสุขภาพ หรือการใช้งานที่เป็นการชักนำไปในทางที่ผิด หรืออาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้
การเพิ่มความสามารถในการทำงานทางไกลให้กับพนักงานและนักเรียน
พนักงาน นักการศึกษา และนักเรียน ได้ใช้บริการต่างๆ ของ Google เช่น Gmail, Google Calendar, Google Drive, Google Classroom, Hangouts Meet, และ Hangouts Chat รวมถึง G Suite for Education (ชุดรวมแอปพลิเคชันสำหรับการศึกษาผ่านระบบคลาวด์) เพื่อให้พวกเขาสามารถทำงานและเรียนต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะไม่สามารถเข้าไปทำงานที่ที่ทำงาน หรือเรียนที่โรงเรียนได้ตามปกติ ดังตัวอย่างเช่นนักเรียนนับแสนคนในฮ่องกงและเวียดนามที่โรงเรียนของพวกเขาถูกปิดไปอย่างไม่มีกำหนด นับจากสัปดาห์นี้เป็นต้นไป เราจะให้บริการการประชุมผ่านระบบวิดีโอ (video-conferencing) ขั้นสูงบน Hangouts Meet ให้กับลูกค้า G Suit และ G Suit for Education ทุกรายทั่วโลกโดยไม่มีค่าใช้จ่ายไปจนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 และเราจะทำการเพิ่มทรัพยากรเพื่อเตรียมรับมือกับความต้องการในการสตรีมแบบสดผ่าน YouTube ที่เพิ่มขึ้น เราสังเกตเห็นว่าผู้คนในพื้นที่ที่มีการระบาดของ COVID-19 มีความสนใจในการเชื่อมต่อกันบนโลกเสมือนจริงมากขึ้น เพราะผู้คนยังคงต้องการติดต่อกันแม้ไม่สามารถไปพบเจอกันได้
การสนับสนุนองค์กรรัฐและการบรรเทาปัญหา COVID-19
เราได้มอบทุนในรูปแบบของเครดิตโฆษณามูลค่ารวม 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับทางองค์การอนามัยโลกและองค์กรภาครัฐต่างๆ และจะมอบให้เพิ่มอีกหากยังมีความจำเป็นอยู่ Google.org และพนักงาน Google ได้ร่วมกันบริจาคเงินร่วม 1 ล้านดอลลร์สหรัฐเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานต่างๆ ในการบรรเทาปัญหา COVID-19 โดยเราจะนำเงินบริจาคจำนวนนี้ไปมอบให้กับองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นทุนในการจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ จัดหาอาหารและที่พักให้กับทีมงานภาคสนาม สนับสนุนการก่อสร้างโรงพยาบาลชั่วคราว และช่วยสนับสนุนมาตรการฟื้นฟูในระยะยาว ทาง Google Cloud ยังคงทำงานร่วมกับภาครัฐในทุกระดับเพื่อช่วยให้พวกเขาติดต่อและเข้าถึงประชาชน และผู้ที่เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง ตัวอย่างเช่นในสิงคโปร์ Google Cloud ได้ทำงานร่วมกับรัฐบาลสิงคโปร์ในการติดตั้งแชทบอทบนเว็บไซต์ราชการเพื่อช่วยตอบคำถามที่ประชาชนอยากรู้มากที่สุด นอกจากนี้เรายังทำงานร่วมกับรัฐบาลทั่วโลกเพื่อประชาสัมพันธ์และกระจายข้อมูลสาธารณะที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับไวรัส COVID-19 ผ่านโครงการบรรเทาวิกฤติ Google Ad Grants
การพัฒนางานวิจัยด้านวิทยศาสตร์และการแพทย์
DeepMind ได้ใช้ระบบ AlphaFold เวอร์ชันล่าสุด (ต่อยอดจากงานวิจัยเกี่ยวกับการม้วนพับของโปรตีนที่ถูกตีพิมพ์บนเว็บไซต์ Nature เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา) เพื่อทำการคาดการณ์โครงสร้างของโปรตีนบางตัวที่เชื่อมโยงกับไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นไวรัสที่ก่อให้เกิด COVID-19 แม้ว่าการคาดการณ์ดังกล่าวยังไม่ได้ถูกรับรองผ่านระบบการทดลอง แต่มีความคาดหวังว่าการเร่งการเปิดตัวการคาดการณ์นี้อาจจะช่วยให้แวดวงนักวิทยาศาสตร์เข้าใจการทำงานของไวรัส COVID-19 ได้ดีขึ้น และส่งเสริมงานวิจัยที่อาจนำไปสู่การคิดค้นยารักษาโรคในอนาคต ด้านองค์กร Verily กำลังทำการพัฒนาแผ่นวัดอุณหภูมิร่างกายแบบติดไว้บนตัวที่จะสามารถส่งข้อมูลตรงเข้าไปที่แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือเพื่อคอยแจ้งเตือนในกรณีที่มีไข้ และสนับสนุนการวินิจฉัยและการรักษาในเบื้องต้นเมื่อมีการติดเชื้อไวรัสอย่างเช่น ไข้หวัดใหญ่ หรือไวรัสโคโรนา เทคโนโลยีนี้มีประโยชน์เป็นพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตราการติดเชื้อและเสียชีวิตจากไวรัสเหล่านี้สูงกว่าประชาชนกลุ่มอื่น